สี่หูห้าตา
Posted in Uncategorized

สี่หูห้าตา ครูบาดวงดี

สี่หูห้าตา

สี่หูห้าตา ครูบาดวงดี

สี่หูห้าตา ครูบาดวงดี

รุ่น มหามงคล ๑๐๐ ปี วัดบ้านฟ่อน
แมงสี่หูห้าตา เป็นชื่อสัตว์ประหลาดตัวหนึ่งในตำนาน มีลักษณะเหมือนหมีสีดำตัวอ้วน มีหูสองคู่และตาห้าดวง รับประทานถ่านไฟร้อนเป็นอาหาร และถ่ายมูลเป็นทองคำ
ตามตำนานแมงสี่หูห้าตาฉบับครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนาอธิบายว่า จำนวนสี่หูและห้าตานั้นแสดงถึงหลักธรรมทางพุทธศาสนาคือ พรหมวิหาร 4 และศีล 5 ตามลำดับ เป็นการให้คติแก่พุทธศาสนิกให้พึงรักษาและปฏิบัติหลักธรรมดังกล่าว…

Continue Reading สี่หูห้าตา ครูบาดวงดี
พิมพ์เส้นด้าย
Posted in Uncategorized

พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้าย

พิมพ์เส้นด้าย

พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้าย

พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้าย พิมพ์ใหญ่องค์นี้ เป็นพระที่มีคราบแคลเซียมจับบนผิวขององค์พระทั้งด้านหน้า และด้านหลัง แสดงให้เห็นถึง ความเก่าแก่ ขององค์พระที่ผ่านกาลเวลามากว่า ๑๕๐ ปี

พุทธศิลป์เป็นพิมพ์เส้นด้าย พิมพ์ใหญ่ที่สวยงามมาก องค์พระตั้งตรง มีรายละเอียดที่สมบูรณ์คมชัด แม้กระทั่งกรอบแม่พิมพ์ทั้ง ๔ ด้านจะมีรอยขอบแม่พิมพ์ชัดเจน

พระเศียรเป็นทรงเรียวเล็กรูปไข่ไก่ มีพระเกศยาวจรดซุ้มเรือนแก้ว องค์พระลึกนูนเห็นชัดลงมาถึงเอว แขนทั้งสองข้างเป็นเส้นโค้งที่สมบูรณ์ เส้นหน้าตักเป็นเส้นใหญ่หนานูนเด่นชัดกว่าลายเส้นอื่นๆ

หัวเข่าด้านซ้ายขององค์พระใหญ่ และสูงนูนกว่าด้านขวา อันเป็นเอกลักษณ์ของพิมพ์เส้นด้ายพิมพ์ใหญ่ ฐานทั้งสามเป็นเส้นคมสมบูรณ์ ฐานชั้นล่างเป็นเส้นคู่ที่สมบูรณ์และสวยงาม…

Continue Reading พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้าย
สู่ตำนานพระเครื่อง
Posted in Uncategorized

สู่ตำนานพระเครื่อง การดูเนื้อหา และมวลสารพระสมเด็จ

ตำนานพระเครื่อง

สู่ตำนานพระเครื่อง การดูเนื้อหา และมวลสารพระสมเด็จ

การดูเนื้อหา และมวลสารพระสมเด็จ สู่ตำนานพระเครื่อง

บางท่านอาจสงสัยคำว่า “มวลสาร” และ “เนื้อหา” ที่ผู้นิยมพระมักมีการกล่าวถึงนั้น หมายความว่าอย่างไร

  1. เนื้อหา คือ เนื้อพื้นที่หลัก ส่วนที่เป็น ผงเนื้อ และพื้นที่พระเครื่ององค์นั้นๆ เช่น ดินสอพอง ปูนเปลือกหอยสุก ปูนเปลือกหอยดิบ เทียนชัย ส่วนประกอบต่างๆเหล่านี้ จะเอามาทำเป็นผงในส่วนที่เป็นพื้นที่ของพระสมเด็จ
  2. มวลสาร คือ สิ่งต่างๆที่ใส่ลงไปในองค์พระ เพื่อเสริมสร้างบารมี และอำนาจพุทธคุณ โดยเอามาตำเป็นชิ้นเล็กละเอียด เช่นผงวิเศษ ๕ ประการ พลอย แผ่นเงินแผ่นทอง พระซุ้มกอ ใบลานเผา ว่านร้อยแปด ตะใคร่เสมา พระธาตุ เป็นต้น
Continue Reading สู่ตำนานพระเครื่อง การดูเนื้อหา และมวลสารพระสมเด็จ
พระสมเด็จวัดระฆัง
Posted in Uncategorized

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่มหาราช

พระสมเด็จวัดระฆัง

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่มหาราช

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่มหาราช
แม่พิมพ์หลวงวิจารณ์เจียรนัยยุคปลาย เนื้อสีเหลืองทองอร่าม แลเห็นเศษผง ตะไบเงินตะไบทอง ระบายอยู่ทั่วองค์พระ

เนื้อมวลสารครบถ้วนประกอบไปด้วยผงกฤติยาคมเด่นชัด องค์พระสง่า สวยงาม ไหล่ผาย อกสังฆาฎิ เกศทะลุซุ้ม

มึเม็ดเล็กเหลี่ยม สีขาวขุ่นของผงพระสมเด็จที่แตกหัก เม็ดดำกลมของเหล็กไหลไพรดำ กระจายอยู่ทั่ว เนื้อมวลสารแน่นครบถ้วน มีเงาแวววาวจากความฉ่ำของน้ำมันตังอิ๊ว

องค์พระล่ำสัน นูนเด่น เห็นเป็น ๓ มิติ สมบูรณ์ สง่า สวยงามตามเนื้อหามวลสารวัดระฆัง…

Continue Reading พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่มหาราช
เหรียญบรมครูพ่อแก่
Posted in Uncategorized

เหรียญบรมครูพ่อแก่ วัดพระพิเรนทร์ รุ่นแรก ปี 2513 อันดับหนึ่งสายพ่อแก่ที่แพงที่สุดในสยาม

เหรียญบรมครูพ่อแก่

เหรียญบรมครูพ่อแก่ วัดพระพิเรนทร์ รุ่นแรก ปี 2513

เหรียญบรมครูพ่อแก่ วัดพระพิเรนทร์ รุ่นแรก ปี 2513 อันดับหนึ่งสายพ่อแก่ที่แพงที่สุดในสยาม

บล๊อคนิยม คอพอกหลังวงเดือน นั้น ในวงการนักสะสมและวงการศิลปะและการแสดง ต่างยกย่องให้เหรียญ

บรมครูพ่อแก่ วัดพระพิเรนทร์ ปี 2513 เป็น เหรียญได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ และอีกทั้งยังมี ประสบการณ์ มายมากแก่ผู้ที่ได้ใช้บูชาติดตัว

เหรียญบรมครู พ่อแก่นี้ เป็นเหรียญที่ออกให้บูชาเพื่อเป็นที่ ระลึกในพิธีไหว้ครู ณ วัดพระพิเรนทร์ เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2513 โดยในสมัยนั้นออกให้บูชา 20 บาท จัดสร้างโดยสมาคมสงเคราะห์สหายศิลปิน (ส.ส.ศ) สำหรับจำนวนการจัดสร้างนั้นมี เนื้อทองคำ 9 เหรียญ เนื้อเงิน 99 เหรียญและ เนื้อทองแดงกะไหล่ทองประมาณ 5,000 เหรียญ เพราะว่าในระหว่างที่ปั๊มเหรียญนั้นได้เกิดบล็อกแตกเสียก่อน

สำหรับพระเกจิอาจารย์ที่ได้ร่วมอธิฐานจิตปลุกเสกนั้น มีมากมายหลายท่านอาทิเช่น ท่านเจ้าคุณนรรัตนราชมานิต วัดเทพศิรินทร์ หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ฯลฯ และในช่วงตลอดพิธีการปลุกเสก เหรียญบรมครู พ่อแก่

ได้เกิดมีสายรุ้ง ปรากฎขึ้นบนท้องฟ้าเป็นอัศจรรย์ยิ่งนัก สำหรับเหรียญพ่อแก่เหรียญนี้เป็นบล๊อคนิยม( คอพอกหลังวงเดือน ) กะไหล่ทองเก่าสภาพสวยเดิมๆ

พ่อแก่ หรือ พระฤาษี ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่คนในแวดวงศิลปะแขนงต่าง ๆ ล้วนนิยมเคารพนับถือบูชา สำหรับคำว่า “พ่อแก่” นี้ เป็นคำสามัญที่ใช้ในวงการโขนละคร ความจริงคือ พระฤาษีครู และหมายรวมถึงครูอาจารย์ทุกท่านในอดีตจนถึงปัจจุบันทั้งรู้จัก และไม่รู้จักชื่อของท่าน และเป็นเครื่องหมาย แห่งความกตัญญู รู้คุณ อาจารย์นาฏศิลปะในพิธีไหว้ครูโขนละครจึงนิยมปั้นหุ่นรูป พระฤาษีครู เป็นประธานในพิธี

พระฤาษี เป็นนักบวชประเภทหนึ่งในศาสนาฮินดู อาศัยอยู่ในป่ามีชีวิตเรียบง่าย มุ่งทำจิตภาวนาและสมาธิให้ใจสงบ และเกิดประโยชน์ แต่มีภรรยาได้ ในศาสนาฮินดูถือว่า พระศิวะ มีรูปร่างหนึ่งเป็นพระฤาษี และครูที่ประสิทธิ์ประสาทนาฏศิลป์ มีร่างหนึ่งเป็นพระฤาษี ความเป็นมาจากความเชื่อที่ว่า พ่อแก่ หรือ พระฤาษี ได้เป็นผู้นำเอาศิลปะแขนงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการร้องรำทำเพลง หรือแม้แต่การร่ายรำ นาฏศิลปะต่างๆ เพื่อให้เกิดความรัก ความเมตตา และความเอาใจใส่ ก่อให้เกิด ความสุขแก่มวลมนุษยชน ดังนั้นศิลปินหรือผู้เกี่ยวข้องในศิลปะทุกแขนง จึงเคารพพ่อแก่

และเหรียญนี้เป็นที่กล่าวขวัญในหมู่ศิลปินดารานักแสดงกันมากว่าเป็น เหรียญสุดยอดในด้านเมตตามหานิยมสูงมากๆ เป็นเหรียญที่มีประสบการณ์เกือบทุกๆ ด้าน และที่สำคัญคือ มีสนนราคาเล่นหากันหลายหมื่นบาท นับได้ว่าเป็นเหรียญอันดับหนึ่งในสายพ่อแก่ฤาษีที่สุดยอดเอกอุจริงๆ ครับ..

 …

Continue Reading เหรียญบรมครูพ่อแก่ วัดพระพิเรนทร์ รุ่นแรก ปี 2513 อันดับหนึ่งสายพ่อแก่ที่แพงที่สุดในสยาม
ตำนานพระเครื่อง
Posted in Uncategorized

ตำนานพระเครื่อง ท้าวเวสสุวรรณ วัดสุทัศน์ฯ พิมพ์ฐานผ้าทิพย์

ตำนานพระเครื่อง

ตำนานพระเครื่อง ท้าวเวสสุวรรณ

ตำนานพระเครื่อง ท้าวเวสสุวรรณ วัดสุทัศน์ฯ พิมพ์ฐานผ้าทิพย์

เกร็ดความรู้ประวัติและเจตจำนงค์ในการสร้าง ท้าวเวสสุวรรณ ท่านเจ้าคุณศรี (สนธ์) *** ท่านเจ้าคุณศรี (สนธ์) ท่านได้สร้างยักษ์ออกมา ๓วาระด้วยกันคือ ปี๙๐,๙๑,๙๒ และมีสามแบบพิมพ์คือ ๑.ฐานผ้าทิพย์ ปี๙๐ ๒.ฐานบัวเม็ด ปี๙๑ ๓.หน้าคน ปี๙๒ ท้าวเวสสุวรรณ เป็นอธิบดีแห่งอสูรย์หรือยักษ์ หรือเป็นเจ้าแห่งผี เรียกง่าย ๆ ว่า ” นายผี ” เป็นหนึ่งในบรรดาท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ ผู้คุ้มครองและดูแลโลกมนุษย์ สถิตอยู่บนสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา ซึ่งมีท้าวมหาราชทั้งสี่ปกครอง คือ ท้าวธตรัฏฐะ ท้าววิรุฬหกะ ท้าววิรูปักขะ และท้าวเวสสุวรรณ (ท้าวกุเวร) ประจำทิศต่างๆ ทั้งสี่ทิศโดยเฉพาะท้าวเวสสุวรรณ (ท้าวกุเวร) เป็นใหญ่ปกครองบริวารทางทิศเหนือ ว่ากันว่าอาณาเขตที่ท่านท้าวเวสสุวรรณดูแลปกครองรับผิดชอบมีอาณาเขตใหญ่โตมหาศาล กว้างขวาง และเป็นใหญ่กว่าท้าวจตุโลกบาลทั้ง4 กล่าวคือเป็นหัวหน้าท้าวมหาราชองค์อื่นๆนั่นเอง

ท้าวเวสสุวรรณ เป็นเทพแห่งขุมทรัพย์ เป็นมหาเทพแห่งความร่ำรวย มั่งคั่ง รักษาสมบัติของชาวโลกโบราณ ศาสนสถานสำคัญต่างๆมากมายทั้งเป็นเจ้านายปกครองดูแลพวกยักษ์ภูติผีปีศาจทั้งปวง…

Continue Reading ตำนานพระเครื่อง ท้าวเวสสุวรรณ วัดสุทัศน์ฯ พิมพ์ฐานผ้าทิพย์
สมเด็จจันทร์กระจ่าง
Posted in Uncategorized

สมเด็จจันทร์กระจ่าง

สมเด็จจันทร์กระจ่าง

สมเด็จจันทร์กระจ่าง/เขาสร้างพระกันทำไม ?

เมื่อก่อนสร้างเพื่อหมายให้เป็นของสืบ พระศาสนา
แต่ว่าเดี่ยวนี้เห็นจะเรียกได้ว่าสร้างเพื่อหาเหตุ

มีปัจจัยแล้วทำอะไรก็สบายไปหมด

ศาสนาในคติตอนนี้อาศัยต้นเหตุส่งเสริมเอาไว้ทั้งนั้น
ศาสนาเดี๋ยวนี้ก็เลยเจริญรุ่งเรื่องอย่างชัดเจนในเรื่องของสิ่งก่อสร้างทั้งหลาย

เจริญถึงขนาดจะสร้างแข่งขันกันให้ใหญ่ที่สุดในโลกก็ทำเป็น

ไม่ใช่ของโม้

ทั้งยังพระพุทธรูปหรือเจดีย์หรือโบสถ์วิหารฯ เขาทำได้ใหญ่สุดกว่าคนใดในโลกได้จริงๆ

ไม่เชื่อก็จะพาไปชี้ให้ดู

น่าเกลียดไหม?

จะไปน่าเกลียดตรงไหน
ก็มันเรื่องของศรัทธาคนที่นับถือพระพุทธศาสนาทุกคน

ทุกวันนี้ถ้าศรัทธาแล้วก็ต้องบริจาคเงิน
ศรัทธาแล้วออกบวชเป็นพระเห็นจะน้อยลงจนแทบไม่มี

บริจาคเงินง่ายกว่าออกบวชเป็นไหน ๆ
เรียกว่าเจริญทานหรือบำเพ็ญทานบารมี

สมเด็จจันทร์กระจ่าง

ท่านที่เป็นหัวใจแห่งศรัทธาในการบริจาคทาน เมื่อได้รับบริจาคทางปัจจัยแล้ว เอาปัจจัยไปสร้างพระพุทธรูป สร้างเจดีย์วิหาร เพื่อยืนยันศรัทธาของคนให้เห็นถนัดว่า ศาสนานี้มีคนนับถือมากก็นับว่าดีแล้ว

ดีกว่าไปซื้อรถเบนซ์รุ่นล่าสุดเป็นไหน ๆ คนที่ยังนั่งรถเมล์ มองดูรถเบนซ์ของท่านที่ตนเองศรัทธา จะนึกว่าเราก็มีส่วนบริจาคไปห้าสิบบาทด้วยเหมือนกัน จะภูมิใจไหม

แต่มองพระพุทธรูปองค์ใหญ่สุดในโลก แล้วนึกว่าห้าสิบบาทของข้าพเจ้าก็มีส่วนร่วมอยู่ในนั้นด้วย จะภูมิใจกว่าไหม

อย่าไปว่าท่านเลยครับ

ไม่มีศรัทธาจะทำบุญทำทานแล้ว ก็อย่าไปว่าคนอื่นที่เขามีศรัทธา
ทำความเห็นว่ายุคนี้เป็นยุคที่เจริญแต่วัตถุก็แล้วไป
หมดเรื่องค่อนแคะกัน

แต่อย่าถึงกับทำโรงทานให้ถึงกับกลายเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตเลย

ไหมล่ะ

พูดลอยๆนี่ผมก็พูดเป็นเหมือนกัน

อย่าว่าแต่เงินบาทลอยเป็นปุยนุ่น คำพูดคนก็ลอยได้ไม่แพ้หรอก

ลอยจนไม่มีใครจะเชื่อถือออกจะเยอะแยะไป

เมื่อพูดถึงคนสร้างพระทุกวันนี้จะต้องลืมคติโบราณที่ว่า สร้างไว้เพื่อสืบพระศาสนา
คือต่อเมื่อศาสนาสิ้นไปเมื่อ ๕ พันปี แล้วใครมาเห็นพระที่สร้างเอาไว้ จะได้รู้จักว่าที่นั้นเคยมีพระศาสนารุ่งเรือง

เรียกว่าไม่คิดอะไรเลย นอกจากเรื่องจะสืบพระศาสนาเท่านั้น

ทุกวันนี้คติในการสร้างพระเปลี่ยนแปลกออกไปบ้าง แต่ละคนแต่ละสำนัก เมื่อจะสร้างก็ต้องตั้งเจตนาก่อน คือคิดหรือกำหนดว่าจะทำพระขึ้นมาทำไม

เจตนาก็ปรากฏหลายแง่หลายนัย สุดแต่จะคิดตั้งเจตนาขึ้นมาสำหรับสร้างพระ

แม้จะได้ยินเพียงเจตนาว่าสร้างพระเพื่อหาทุนสร้างโรงพยาบาล สร้างกุฏิวิหาร สร้างอนุสาวรีย์ หรืออะไรต่างๆ เป็นส่วนใหญ่ ก็ล้วนแต่สร้างเพื่อหาปัจจัยทั้งสิ้น

บอกแล้วไงยุคนี้เป็นยุคของปัจจัยเป็นใหญ่

มีปัจจัยแล้วทำตามเจตนาได้

ถ้าเขาพูดว่าสร้างพระทุกวันนี้เป็นพุทธพานิชย์ ก็อย่าไปเถียงเขาเลยครับ

เป็นพุทธพานิชย์แล้วใครจะทำไม

วิถีของพุทธพานิชย์ทุกวันนี้ยังน่านับถือว่าเป็นวิถีที่ดีงาม เพราะว่าปัจจัยที่ได้ก็เอาไปทำประโยชน์แก่สาธารณะ หรือเป็นวัตถุที่ภายหลังก็ยังคงยืนยันว่า พระศาสนาก็เคยรุ่งเรืองอยู่เช่นกัน

พุทธพานิชย์ที่พุ่งไปประโยชน์ส่วนรวมนั้นไม่น่านับถือตรงไหน

เหมือนรัฐบาลเก็บภาษีประชาชน เอาเงินภาษีไปสร้างชาติ พัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ จนปรากฎว่าเจริญรุ่งเรืองอย่างเห็นได้ชัด ภาษีนั้นก็พุ่งไปที่ประโยชน์ส่วนรวมเช่นเดียวกัน

แต่ถ้าภาษีนั้นไหลไปเข้ากระเป๋าคนบางกลุ่มไว้ถลุงเล่นมันก็น่าเจ็บใจ

เงินบริจาคให้วัดหรือเช่าพระนั้นถูกพระครูหรือเจ้าคุณฯ ถลุงเล่นใครไม่เจ็บปวด

ภาษีเลี่ยงไม่ได้เพราะว่าผิดกฎหมาย
การบริจาคเลี่ยงได้ไม่ผิดกฎหมาย

อยากหรือไม่อยากจะบริจาคก็เป็นสิทธิของเรา

ก่อนบริจาคก็ดูให้ดีก่อนก็แล้วกัน
อย่าให้ใครมาพูดให้สะเทือนใจว่าตาดีได้ตาร้ายเสียเลย

นี่ผมพูดจนลอยเท้งมาขนาดนี้เห็นจะต้องถามกันซักหน่อยว่า คนสร้างพระไม่หาปัจจัยในทุกวันนี้จะมีหรือ

มีเยอะแยะ

ไม่พูดเล่น

อย่างน้อยผมก็เห็นอยู่คนหนึ่ง

คุณกฤช จันทร์กระจ่าง

ถ้าจะนับใครเข้าเป็นพรรคพวกกัน ผมก็นับเอาคุณกฤชเข้าไว้ด้วยคนหนึ่ง

ผมเป็นผู้ที่ออกจะมีพรรคพวกแยะ เจอใครที่พอจะจริงใจต่อกันก็นับญาติกับเขาหมด

ใจง่ายว่างั้นเถอะ
คนที่จะเป็นพรรคพวกกันได้นั้น แม้นว่าความคิดเห็นจะแตกต่างกันไปบ้าง ก็ไม่ถึงจะแตกกันหรือตัดขาดกันหรอกครับ
ถึงบทเจ็บแค้นเคืองโกรธ ก็เจ็บด้วยแค้นด้วย หรือหลงรักมักจี่ใครเข้าก็เอาด้วย ไม่สงสัยในพรรคพวกเดียวกัน

เมื่อจะเขียนถึงคุณกฤชซึ่งเป็นพรรคพวกกันแล้ว ต้องเขียนด้วยฉันทาคติ คือลำเอียงเพราะชอบพอกัน
เพราะฉะนั้นใครจะว่าผมเชียร์เพื่อน ก็รับละครับ

อย่าไปรู้เลยว่าคุณกฤชทำมาหากินอะไร เอาเป็นว่าชีวิตของคุณกฤช มีความมั่นคงพอจะหันมาใฝ่ทางบุญได้ไม่ยาก

ความที่เป็นผู้ชอบเรื่องทางขลังเป็นชีวิตจิตใจ ดังนั้นนอกจากทำบุญถวายทานแล้วก็คิดทำของขลังไปด้วย

ไม่ต้องไปตั้งเจตนาสร้างให้วุ่นวายอะไร

รู้สึกอยากทำก็ทำเท่านั้นไม่คิดมาก

ขวนขวายหาของแปลกประหลาดมาเป็นมวลสารพระได้อย่างน่าทึ่ง อะไรเห็นว่าดีเห็นว่าเป็นมงคลเป็นวัตถุอาถรรพ์ไปคว้ามาทำพระหมด

อย่างเช่นเถาวัลย์หลงซึ่งคุณกฤชให้ความนับถือเลื่อมใสที่สุด ก็ไปแสวงหามา
แม้ดินท้องสนามหลวงก็ยังคิดไปเอามาผสมพระ
ตอนเขาขุดดินสนามหลวง เพื่อสร้างพระเมรุมาศของสมเด็จย่านั้นแหละครับ
เห็นเขาขุดลงไปลึกๆ คุณกฤชก็ไปด้อมๆ มองๆ มองแล้วคว้ามา

ช่างคิดช่างทำอะไรปานนั้น

คุณกฤชสร้างพระมาหลายรุ่น แต่ละรุ่นมีจำนวนน้อย สร้างแล้วก็แจกเพื่อนฝูงญาติมิตร ไม่แพร่หลายออกไป
แต่ผมค่อนข้างโชคดีที่คุณกฤชมีใจระลึกถึงแทบทุกรุ่นเหมือนกัน

มีอยู่รุ่นหนึ่งเป็นพระผงใบโพธิ์รูปพระพุทธเจ้าปางนาคปรก ที่สร้างถวายให้หลวงปู่คำพัน โฆษปัญโญ วัดธาตุมหาชัย ปลุกเสก
พรรคพวกเอาไปลองยิงไม่ออก
วันนั้นยิงกระจุยไปหลายองค์เว้นแต่พระนาคปรกเนื้อผงองค์นี้เท่านั้น

ใครนึกอยากได้ก็อย่าไปหาเลยครับ พระของคุณกฤชนั้น สร้างเงียบ เสกเงียบ แจกเงียบ และยิงเงียบๆ มาตลอด

ในบรรดาพระหลายรุ่นที่สร้างมาตลอดเวลา ๒-๓ ปีมานี้ ผมประทับใจและถูกใจที่สุดอยู่รุ่นหนึ่ง

พระสมเด็จจันทร์กระจ่าง (เกศคด)

ไม่ใช่เพราะพระสมเด็จจันทร์กระจ่างไปเกิดประสบการณ์อะไรหรอกครับ หากแต่เพราะเป็นพระสร้างดี มวลสารดีและเสกดี

ทีนี้มาแยกธาตุของพระสมเด็จจันทร์กระจ่างก่อน

สิ่งแรกที่เห็นจะเป็นธาตุที่สำคัญที่สุดคือ ผงพระสมเด็จวัดระฆัง ซึ่งคุณกฤชเป็นเจ้าขององค์หนึ่ง และมีศรัทธา ถึงกับขูดเอาผงจากเนื้อพระสมเด็จวัดระฆังมาผสมด้วย

คุณกฤชไม่กล้าขูดเองหรอกครับ แต่อาศัยพระที่วัดแก่งตอยขูดให้

ขณะทำการขูดนั้น ได้ถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก ๑ ภาพ และภาพที่ถ่ายก็เกิดเรื่องแปลกประหลาดขึ้นมา คือว่าทุกสิ่งทุกอย่างในภาพเห็นถนัดชัดเจนหมด แต่มือที่กำลังขูดพระกับองค์พระสมเด็จกลับไม่เห็นเลย

พระสมเด็จองค์นี้คุณกฤชยืนยันว่าเป็นพระแท้เพราะว่าได้ลงมือแห่ท่านรอบสนามพระเครื่อ
งมาแล้วหลายสนาม

ต่อไปก็เป็นผงอิทธิเจหลวงตาเจียม ซึ่งท่านเป็นผู้สร้างพระสมเด็จวัดไร่ขิง รุ่น ๑ กับรุ่น ๒
ผงพระสมเด็จวัดเกศไชโย
ผงดินพระธาตุพนม
ผง ๓๐๐ กว่าอาจารย์ของผมเอง ซึ่งเหลือจากการสร้างพระฤาษีอริยธาตุ
ปูนจิตกาธารหลวงปู่เทศก์ วัดหินหมากเป้ง (ปูนที่ก่อขึ้นเป็นเตาเผาศพหลวงปู่)
ผงอิฐโบราณ ๑,๓๐๐ กว่าปีของวัดแก่งตอย
ดินท้องสนามหลวงกับดินจากวัดพระแก้ว
เถาวัลย์หลงป่น
ทองปิดองค์หลวงพ่อโสธรแปดริ้ว
ผงพระสมเด็จรุ่นแรก ของวัดแก่งตอย ,ผงพระสมเด็จหลวงพ่อแพ ,ผง
สมเด็จหลวงพ่อจวน วัดหนองสุ่ม
เพชรหน้าทั่ง ,ผงพระแตกหักของสารพัดอาจารย์ จำนวนมาก, เปลือก
หอยล้านปีจากวัดเจดีย์หอย
ผงสาริกาทิพย์สุวรรณ และ ฯลฯ

รวมผงได้ ๖ ขีด
เอาไปผสมปูนเปือกหอยรวมน้ำหนัก ๒.๕ กก.กดพิมพ์
พระสมเด็จจันทร์กระจ่าง ได้ ๔๐๐ กว่าองค์
โดยนวดกับน้ำมนต์สรงพระแก้วมรกต น้ำสรงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ,น้ำมนต์พิธีพุทธาภิเษกวัดพระแก้ว ,น้ำมนต์หลวงปู่คร่ำ หลวงปู่คำพัน หลวงพ่อคูณ ,น้ำมนต์วัดระฆัง ,วัดอินทร์วิหาร และน้ำเทพมนต์จากโบสถ์พราหมณ์

พระสมเด็จเนื้อขาวมี ๓๐๔ องค์
พระสมเด็จเนื้อดี(หมายเหตุผู้พิมพ์ น่าจะเป็นเนื้อดำ)มี ๑๑๘ องค์
ด้านหลังปั้มพ์ตรายางตัว “ยะ” (ขอม)

องค์ปลุกเสกคือ หลวงปู่เปลี้ย วัดชอนสารเดช โดยปลุกเสกตลอดคืนวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๐ และหลวงปู่คำพัน โฆษปัญโญ ระหว่างวันสงกรานต์
ผมถือว่า…เป็นพระชุดที่ปลุกเสกโดยหลวงปู่คำพันกับหลวงปู่เปลี้ยที่สมบูรณ์ที่สุด มีแต่รุ่นนี้รุ่นเดียวและจะไม่มีอีกตลอดกาล
ถือเป็นมรดกขลังชิ้นสำคัญที่ต้องบันทึกเอาไว้เพื่อไม่ให้พระสูญหายไปจากความทรงจำ

คุณกฤชสร้างพระรุ่นนี้เหมือนรุ่นก่อน ๆ คือสร้างเพื่อขลังเท่านั้น ไม่ใช่สร้างเพื่อปัจจัย หรืออะไรอื่น

นี่ก็ทราบว่าคุณกฤชแจกพระรุ่นนี้ออกจะเพลินไปหน่อย จะหมดแล้วก็ไม่รู้

แต่ทราบจากทิดโสมซึ่งเคยบวชอยู่กับท่านอาจารย์เวทย์วัดแก่งตอยว่า เห็นท่านอาจารย์เก็บไว้หลายองค์ จริงเท็จอย่างไรใครรู้จักท่านอาจารย์เวทย์ก็ขวนขวายเอาเอง

พระชุดนี้ไม่มีสถานที่จะบอกให้ไปบูชา เพราะว่าสร้างความเพลิดเพลินในการแจก หากแม้นว่ากิเลสใครงอกงามขึ้นมากผมต้องขออภัยด้วย

วันหลังผมจะยุคุณกฤชให้สร้างอีกเยอะ ๆ หน่อยจะได้กระจายพระไปหาคนอื่นๆ ที่อยู่ไกลโพ้นบ้าง

คน ๆ นี้สร้างพระแล้วจะเป็นพระดีเพราะว่าสร้างด้วยจิตศรัทธาอย่างแท้จริง

อย่าเสียใจเลยครับไม่มีโอกาสเป็นเจ้าของพระสมเด็จจันทร์กระจ่างโดยง่ายเพราะว่าพระดี
อื่นๆก็มีอยู่มากที่พอจะเป็นเจ้าของได้ง่าย

บุเรงนองหลังกบใบมะขามของหลวงพ่ออุตตมะก็ใช่ย่อยเมื่อไหร่

คนสร้างคือคุณอภิรักษ์ จุฬาสินนท์ ซึ่งก็จัดเข้าเป็นจำพวกเดียวกับคุณกฤชคือ สร้างพระด้วยศรัทธา ไม่สนเรื่องปัจจัย สร้างถวายหลวงพ่ออุตตมะมาตลอด ตั้งแต่สมัยหลวงพ่อยังเงียบกริบ จนดังโครมครามแบบทุกวันนี้

คุณอภิรักษ์แม้จะสร้างพระไม่หวังปัจจัย แต่พระของคุณอภิรักษ์ก็ทำปัจจัยให้กับวัดวังวิเวการาม มากมายมหาศาล

พระทุกรุ่นที่คุณอภิรักษ์สร้างถวายหลวงพ่ออุตตมะนั้น เป็นการสร้างถวายโดยไม่เคยหักค่าใช้จ่าย

ใครไม่เชื่อไปสอบสวนได้

แล้วก็มีคุณพิชย จารุทัสนางกูร (พิชยนะครับ ไม่ใช่พิชัย)ที่ชอบสร้างแบบไม่สนใจปัจจัย ไม่หักค่าใช้จ่ายแต่ว่ารายนี้ชอบแจกพระบนเครื่องบิน

ใครเจอคุณพิชยบนเครื่องบินรับรองได้พระแจกแน่

พระเลี่ยมทองอยู่ในคอยังปลดออกแจกเฉย ๆ

เรื่องแจกคงต้องยกให้คุณพิชยเป็นยอดวิทยายุทธในบรรดาพรรคพวกเรา

แต่ตอนนี้เห็นคิดการว่าจะแจกของคุณอภิรักษ์บุเรงนองหลังกบใบมะขาม ที่ถือว่าเป็นการสร้างครั้งแรกของหลวงพ่ออุตตมะ โดยสร้างขึ้นเมื่อปีกลางที่แล้ว

ขณะนี้อยู่ในมือผม ๔๐๐ องค์ คุณอภิรักษ์มอบหมายมาให้ผมแจกสำหรับผู้อ่าน คอลัมน์สืบหาพระเครื่องดีโดยเฉพาะ

ใครมีศรัธทา เชื่อถือพระดีรุ่นนี้ โดยไม่มีคำถามแคลงหัวใจรีบขอไป ไม่มีเงื่อนไขในการแจกครับผม ผมจะแจกโดยไม่ใช้ฉันทาคติ

คงจะต้องพูดว่าเรื่องการสร้างพระในยุคหลังๆนี้ คนสามสี่ผู้ที่กล่าวนามมานี้ เป็นหนึ่งในนักสร้างพระดีที่มีอยู่ทั้งเมืองไทยที่ไว้ใจได้

หากพวกเขาสร้างพระเมื่อไหร่อย่าไปสงสัยเลย พวกเขาเป็นคนดีทุกคน…

Continue Reading สมเด็จจันทร์กระจ่าง
พระกับสีกา
Posted in Uncategorized

พระกับสีกา หลวงพ่อชา วัดหนองป่าพง

พระกับสีกา
พระกับสีกา หลวงพ่อชา วัดหนองป่าพง

พระกับสีกา ไม่ใช่เรื่องใหม่

ตัณหาราคะนั้นยากแท้ที่ใครจะเอาชนะโดยง่าย

หลวงปู่สิม ถ้าปล่อง เคยบอกผมว่า

“ราคะ..ตัดยากที่สุด ! เพราะมันเป็น รากแก้ว ของการสืบเผ่าพันธ์ของมนุษย์”

ล่าสุดก็เห็นชัดว่ามีสีกาท่านหนึ่งถึงกับทนไม่ได้ ออกมาแฉว่า ถูกพระชื่อดังรูปหนึ่งลวนลาม

พระรูปนี้ก่อนหน้าจะถูกสีกาแฉ ก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่ชอบบิดเบือนพุทธวจนะ

คนที่ชอบบิดเบือนคำสอนของพระพุทธเจ้านั้นมีอยู่มาก แต่จะไม่เป็นปัญหาเลย ถ้าหากไม่มีใครหลงไปเชื่อฟัง

พระเป็นอันมากที่ยังสอนธรรมโดยการคิดเอาเดาเอา และก็มีผู้เชื่อฟังอย่างมากมาย นี่นับว่าเป็นอันตรายต่อหลักธรรมคำสอนที่ถูก ซึ่งจะมีผลให้เกิดความสับสนต่อผู้เรียนรู้การประพฤติปฏิบัติในอนาคต

เกี่ยวกับเรื่องภิกษุสอนธรรมนั้น เคยได้ยินมาว่าพระพุทธองค์ทรงห้ามไว้เหมือนกัน

ภูมิธรรมของภิกษุใดต่ำกว่าอนาคามีหรืออาจจะเป็นสกิทาคา..ท่านห้ามไม่ให้ภิกษุนั้นสอนคน

เรียกว่าต่ำกว่าชั้นนี้ ยังไม่เป็นผู้ที่รู้อะไรถูกอะไรผิด
ยังเป็นพระที่ต้องศึกษาอยู่
จึงไม่ควรบังอาจสอนใคร
ถ้าสอนก็อาจผิด
เพราะจะสอนโดยนึกเอาเดาเอา
ไม่ได้สอนโดยความรู้แจ้งจริง

เราจึงมักได้เห็นพระหลายรูปเมื่อเทศน์สอนคนจะกางใบลาน

พระที่เพิ่งบวชไม่นานก็ขึ้นธรรมาสน์ได้เพราะว่ามีตำราอยู่ในมือ

ตำราก็คือบันทึกถ้อยคำที่พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้

ภิกษุผู้ยังไม่บรรลุธรรมก็เพียงเอามาอ่านให้ญาติโยมฟัง

เกี่ยวกับพระและสีกา พระพุทธองค์ทรงห้ามขาด ห้ามแบบละเอียดถี่ถ้วนทุกแง่ทุกมุมอีกด้วย

เรียกว่าพระองค์ทรงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก

ทุกท่านสามารถศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับข้อห้ามเหล่านี้ได้ไม่ยาก

พระที่ดำรงตนอยู่ในความประมาท ไม่เชื่อฟัง ไม่ปฏิบัติตามข้อห้าม ถึงกับพังไม่เป็นท่าเพราะสีกามาแล้วหลายรูปจนนับไม่ถ้วน

พี่สาวของผมเล่าว่า
เคยไปวัดหนองป่าพงสมัยปีสองพันห้าร้อยกว่า
หลวงพ่อชายังหนุ่มฟ้อ
แค่หลวงพ่อเห็นหล่อนเดินมาแต่ไกล
ท่านก็ลุกขึ้นหนีเข้ากุฏิ
ปิดประตู
ไม่ให้เข้าพบ

หลวงพ่อชาระมัดระวังเรื่องสีกาเป็นอันมาก
แม้แก่เฒ่าแล้วท่านก็ยังเคร่งครัดรัดกุม

ไม่มีสีกาคนไหนได้เข้าไปใกล้ๆ

เข้าไปออดอ้อนออเซาะเจ้าคะเจ้าขา

เข้าไปนัวๆเนียๆจ๊ะๆจ๋าๆ

อย่าหวัง

นู่น..ไปนั่งอยู่ปลายศาลา

ที่จะได้นั่งเสนอหน้าสลอนก็ล้วนแต่เป็นตัวผู้ทั้งนั้น

ตัวเมียไม่มีทาง

แม้กระทั่งแม่ชีก็ไม่เว้น

ไม่ใด้สิทธิพิเศษว่าเป็นนักบวช

ท่านเห็นว่าเป็นเพศตรงข้ามทั้งสิ้น

เคยเห็นพระหลายรูป ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง สีกาล้อมหน้าล้อมหลัง นึกในใจว่า เดี๋ยวเถอะมึง มีหวังเสร็จแน่

ไม่นานก็เกิดวิบัติเป็นคดีถูกขับจับสึกหนีกระเจิงออกนอกประเทศ

หลวงพ่อชาเคยเทศน์สอนว่า

“มีเขาลูกหนึ่ง..พระธุดงค์องค์ไหนว่าแน่ ธุดงค์เข้าไปเป็นเสร็จทุกราย.. ..รู้จักไหมล่ะ.. เขาแอวมอง ? “

ท่านก็ทำมือวาดในอากาศให้เห็นเป็นทรวดทรงองค์เอวกิ่วของผู้หญิง

แล้วก็หัวเราะขบขัน

แอวมอง ?

แอว คือ เอว

มอง คือ ครกไม้สำหรับตำข้าวของชาวลาวและชาวอีสานที่มีลักษณะกิ่วขอดคล้ายเอวผู้หญิง

แหล่งที่มา ampoljane.com

Continue Reading พระกับสีกา หลวงพ่อชา วัดหนองป่าพง
พระพุทธรูปบูชาสมัยอู่ทอง
Posted in Uncategorized

พระพุทธรูปบูชาสมัยอู่ทอง

พระพุทธรูปบูชาสมัยอู่ทอง

พระพุทธรูปบูชาสมัยอู่ทอง

พิมพ์หน้าแก่ หน้าตัก 11 นิ้ว อาจารย์ต้อย เมืองนนท์ มอบให้ สองมูลนิธิ  หม่อมราชวงศ์ เสนีย์ ปราโมชรวมทั้งมูลนิธิ วงอภัยวงศ์ ประมูลในงานเลี้ยงคณะกรรมการแข่งขันพระเครื่องเมื่อวันที่ 3 เดือนพฤศจิกายน 2562 ที่

โรงแรม Pullman Bangkok King Power กรุงเทพมหานคร หารายได้สมทบสองมูลนิธิดังกล่าว พระบูชาองค์นี้ศิลป์อู่ทองบริสุทธิ์ซึ่งได้รับอิทธิพลจากเขมรแบบบายนสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ตอนปลอดอำนาจด้านการเมือง ระหว่างปี ค.ศ.1350-1448 ก่อนที่จะปรับปรุงเป็นศิลปะอยุธยา มีคนประมูลไป 3.8 ล้านบาท…

Continue Reading พระพุทธรูปบูชาสมัยอู่ทอง
พระสมเด็จวัดเกศไชโย
Posted in Uncategorized

พระสมเด็จวัดเกศไชโย พิมพ์เจ็ดชั้นนิยม

พระสมเด็จวัดเกศไชโย

พระสมเด็จวัดเกศไชโย พิมพ์เจ็ดชั้นนิยม

พระสมเด็จวัดเกศไชโย พิมพ์เจ็ดชั้นนิยม องค์สวยแชมป์ คุณจิตภัสร์ กฤดากร มอบให้ มูลนิธิ

หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช และก็มูลนิธิ ควง อภัยวงศ์ ประมูลนำรายได้สมทบองค์กร การกุศล ทั้งสองแห่งนี้ มีการประมูลในงานกินเลี้ยงคณะกรรมการรับตัดสินพระเครื่องเมื่อคืนนี้วันที่ 3 เดือนพฤศจิกายน 62 ที่โรงแรม Pullman Bangkok King Power คิงเพาเวอร์ประมูลไป 18 ล้านบาท…

Continue Reading พระสมเด็จวัดเกศไชโย พิมพ์เจ็ดชั้นนิยม