พระกับสีกา

พระกับสีกา หลวงพ่อชา วัดหนองป่าพง

พระกับสีกา
พระกับสีกา หลวงพ่อชา วัดหนองป่าพง

พระกับสีกา ไม่ใช่เรื่องใหม่

ตัณหาราคะนั้นยากแท้ที่ใครจะเอาชนะโดยง่าย

หลวงปู่สิม ถ้าปล่อง เคยบอกผมว่า

“ราคะ..ตัดยากที่สุด ! เพราะมันเป็น รากแก้ว ของการสืบเผ่าพันธ์ของมนุษย์”

ล่าสุดก็เห็นชัดว่ามีสีกาท่านหนึ่งถึงกับทนไม่ได้ ออกมาแฉว่า ถูกพระชื่อดังรูปหนึ่งลวนลาม

พระรูปนี้ก่อนหน้าจะถูกสีกาแฉ ก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่ชอบบิดเบือนพุทธวจนะ

คนที่ชอบบิดเบือนคำสอนของพระพุทธเจ้านั้นมีอยู่มาก แต่จะไม่เป็นปัญหาเลย ถ้าหากไม่มีใครหลงไปเชื่อฟัง

พระเป็นอันมากที่ยังสอนธรรมโดยการคิดเอาเดาเอา และก็มีผู้เชื่อฟังอย่างมากมาย นี่นับว่าเป็นอันตรายต่อหลักธรรมคำสอนที่ถูก ซึ่งจะมีผลให้เกิดความสับสนต่อผู้เรียนรู้การประพฤติปฏิบัติในอนาคต

เกี่ยวกับเรื่องภิกษุสอนธรรมนั้น เคยได้ยินมาว่าพระพุทธองค์ทรงห้ามไว้เหมือนกัน

ภูมิธรรมของภิกษุใดต่ำกว่าอนาคามีหรืออาจจะเป็นสกิทาคา..ท่านห้ามไม่ให้ภิกษุนั้นสอนคน

เรียกว่าต่ำกว่าชั้นนี้ ยังไม่เป็นผู้ที่รู้อะไรถูกอะไรผิด
ยังเป็นพระที่ต้องศึกษาอยู่
จึงไม่ควรบังอาจสอนใคร
ถ้าสอนก็อาจผิด
เพราะจะสอนโดยนึกเอาเดาเอา
ไม่ได้สอนโดยความรู้แจ้งจริง

เราจึงมักได้เห็นพระหลายรูปเมื่อเทศน์สอนคนจะกางใบลาน

พระที่เพิ่งบวชไม่นานก็ขึ้นธรรมาสน์ได้เพราะว่ามีตำราอยู่ในมือ

ตำราก็คือบันทึกถ้อยคำที่พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้

ภิกษุผู้ยังไม่บรรลุธรรมก็เพียงเอามาอ่านให้ญาติโยมฟัง

เกี่ยวกับพระและสีกา พระพุทธองค์ทรงห้ามขาด ห้ามแบบละเอียดถี่ถ้วนทุกแง่ทุกมุมอีกด้วย

เรียกว่าพระองค์ทรงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก

ทุกท่านสามารถศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับข้อห้ามเหล่านี้ได้ไม่ยาก

พระที่ดำรงตนอยู่ในความประมาท ไม่เชื่อฟัง ไม่ปฏิบัติตามข้อห้าม ถึงกับพังไม่เป็นท่าเพราะสีกามาแล้วหลายรูปจนนับไม่ถ้วน

พี่สาวของผมเล่าว่า
เคยไปวัดหนองป่าพงสมัยปีสองพันห้าร้อยกว่า
หลวงพ่อชายังหนุ่มฟ้อ
แค่หลวงพ่อเห็นหล่อนเดินมาแต่ไกล
ท่านก็ลุกขึ้นหนีเข้ากุฏิ
ปิดประตู
ไม่ให้เข้าพบ

หลวงพ่อชาระมัดระวังเรื่องสีกาเป็นอันมาก
แม้แก่เฒ่าแล้วท่านก็ยังเคร่งครัดรัดกุม

ไม่มีสีกาคนไหนได้เข้าไปใกล้ๆ

เข้าไปออดอ้อนออเซาะเจ้าคะเจ้าขา

เข้าไปนัวๆเนียๆจ๊ะๆจ๋าๆ

อย่าหวัง

นู่น..ไปนั่งอยู่ปลายศาลา

ที่จะได้นั่งเสนอหน้าสลอนก็ล้วนแต่เป็นตัวผู้ทั้งนั้น

ตัวเมียไม่มีทาง

แม้กระทั่งแม่ชีก็ไม่เว้น

ไม่ใด้สิทธิพิเศษว่าเป็นนักบวช

ท่านเห็นว่าเป็นเพศตรงข้ามทั้งสิ้น

เคยเห็นพระหลายรูป ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง สีกาล้อมหน้าล้อมหลัง นึกในใจว่า เดี๋ยวเถอะมึง มีหวังเสร็จแน่

ไม่นานก็เกิดวิบัติเป็นคดีถูกขับจับสึกหนีกระเจิงออกนอกประเทศ

หลวงพ่อชาเคยเทศน์สอนว่า

“มีเขาลูกหนึ่ง..พระธุดงค์องค์ไหนว่าแน่ ธุดงค์เข้าไปเป็นเสร็จทุกราย.. ..รู้จักไหมล่ะ.. เขาแอวมอง ? “

ท่านก็ทำมือวาดในอากาศให้เห็นเป็นทรวดทรงองค์เอวกิ่วของผู้หญิง

แล้วก็หัวเราะขบขัน

แอวมอง ?

แอว คือ เอว

มอง คือ ครกไม้สำหรับตำข้าวของชาวลาวและชาวอีสานที่มีลักษณะกิ่วขอดคล้ายเอวผู้หญิง

แหล่งที่มา ampoljane.com